Home » เข้าใจการสร้างแบรนด์กับโรงงานรับผลิต TNK » วิธีเช็ก อย. เครื่องสำอางและอาหารเสริมของจริง

วิธีเช็ก อย. เครื่องสำอางและอาหารเสริมของจริง

วิธีเช็ก อย. ของเครื่องสำอางและอาหารเสริมที่ถูกต้องคือ ต้องตรวจเลขจดแจ้งจากฐานข้อมูลทางการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เทียบกับชื่อสินค้า ผู้ผลิต และประเภทผลิตภัณฑ์ให้ตรงกันทุกจุด ถ้าข้อมูลไม่ตรง หรือค้นหาไม่พบ มีโอกาสสูงว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้จดแจ้งจริงและอาจมาจากโรงงานเถื่อน

สำหรับเจ้าของแบรนด์และผู้บริโภค การรู้วิธีตรวจสอบให้ถูกเป็นด่านแรกที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย คุณภาพสินค้า และความปลอดภัย เพราะเลข อย. ไม่ได้มีไว้แค่ติดฉลากให้ดูน่าเชื่อถือ แต่สะท้อนว่าผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการจดแจ้งและตรวจสอบตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องจริง

ทำไมต้องเช็กเลข อย. ก่อนตัดสินใจผลิตหรือซื้อ?

ต้องเช็ก เพราะเลข อย. เป็นหลักฐานเบื้องต้นว่าผลิตภัณฑ์มีการจดแจ้งถูกต้อง และช่วยคัดกรองสินค้าเสี่ยงจากโรงงานที่ไม่มาตรฐานได้ทันที

ในทางปฏิบัติ เครื่องสำอางและอาหารเสริมที่ถูกต้องจะต้องมีข้อมูลสอดคล้องกัน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ผู้รับจ้างผลิต/ผู้ผลิต เลขจดแจ้ง และหมวดหมู่สินค้า หากมีการอ้างเลขซ้ำ ใช้เลขผิดประเภท หรือพบชื่อบริษัทไม่ตรงกับฉลาก นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญ เหตุผลที่แบรนด์ใหม่จำนวนมากถูกหลอกก็เพราะเชื่อแค่ภาพกล่องสวย โฆษณาดี หรือคำพูดของคนขาย โดยไม่ตรวจสอบกับฐานข้อมูลจริง

ในมุม R&D และการสร้างแบรนด์ โรงงานที่ดีควรให้ข้อมูลจดแจ้งได้ครบตั้งแต่เริ่มพัฒนา เช่น สูตรผลิตภัณฑ์ ฉลาก ส่วนประกอบ และเอกสารประกอบการยื่น อย. เพื่อให้เจ้าของแบรนด์มั่นใจว่าเริ่มต้นถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง

วิธีเช็ก อย. ออนไลน์ต้องดูอะไรบ้าง?

คุณต้องดู 3 อย่างหลักคือ เลขจดแจ้ง ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อผู้รับจดแจ้ง/ผู้ผลิต ให้ตรงกับสินค้าและฉลากทุกตัวอักษร

เริ่มจากนำเลขที่ระบุบนฉลากไปค้นหาในระบบของ อย. หรือฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จากนั้นตรวจว่าชื่อสินค้าที่แสดงผลตรงกับสินค้าจริงหรือไม่ รวมถึงสถานะการจดแจ้งว่าเป็นของเครื่องสำอาง อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น อย่าลืมเช็กวันหมดอายุของการจดแจ้งและประเทศผู้ผลิตถ้ามีระบุไว้ เพราะโรงงานเถื่อนมักใช้เลขเก่าหรือเลขของสินค้าคนละประเภทมาสวม

เพื่อความแม่นยำ ควรตรวจซ้ำจาก 2 จุด คือหน้าเว็บไซต์หน่วยงานรัฐ และฉลากสินค้าจริง หากต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องมาตรฐานการผลิตและเอกสารโรงงาน สามารถดูข้อมูลอ้างอิงภายในได้ที่ อ่านแนวทางมาตรฐานโรงงาน OEM/ODM ซึ่งช่วยให้คุณเทียบความถูกต้องของเอกสารได้ง่ายขึ้น

อีกข้อที่สำคัญคือ การตรวจสอบ วิธีเช็ก อย. ไม่ควรหยุดแค่เลขบนกล่อง เพราะบางแบรนด์นำเลขถูกต้องของสินค้าอีกตัวมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ดังนั้นต้องดูภาพรวมทั้งชื่อสินค้า รุ่น สูตร และผู้รับจดแจ้งประกอบกันทุกครั้ง

จะรู้ได้อย่างไรว่าโรงงานเถื่อนกำลังหลอกเราอยู่?

สังเกตได้จากการไม่ให้เอกสารจริง ตอบคำถามไม่ชัด และอ้างเลข อย. ที่ตรวจสอบแล้วไม่ตรงกับสินค้า

โรงงานเถื่อนมักมีพฤติกรรมคล้ายกัน เช่น เร่งปิดการขายโดยไม่ยอมให้ดูใบอนุญาตโรงงาน, ไม่มีตัวอย่างเอกสารจดแจ้ง, บอกว่า “เดี๋ยวค่อยทำให้ภายหลัง”, หรือใช้แพ็กเกจจิ้งสวยแต่ไม่มีข้อมูลผู้ผลิตที่ตรวจสอบได้ บางรายถึงขั้นใช้เลข อย. ปลอมพิมพ์ลงบนฉลาก ซึ่งหากตรวจในระบบแล้วไม่พบชื่อผลิตภัณฑ์ นั่นคือความเสี่ยงทันที

ในเชิงมาตรฐาน โรงงานที่เชื่อถือได้ควรมีระบบผลิตและควบคุมคุณภาพ เช่น GMP, การตรวจรับวัตถุดิบ, การคัดสรรสารสกัดที่มีเอกสารรับรอง, และกระบวนการทวนสอบสูตรก่อนยื่นจดแจ้ง สำหรับอาหารเสริมควรมีเอกสารวัตถุดิบและข้อมูลฉลากว่าไม่กล่าวอ้างเกินจริง ส่วนเครื่องสำอางต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดเรื่องส่วนผสมและคำเคลมที่ไม่เข้าข่ายรักษาโรค

หากผู้ขายปัดความรับผิดชอบ ไม่ยอมให้ตรวจสอบเลขจดแจ้งแบบตรงไปตรงมา ถือว่าเสี่ยงมาก และควรเปลี่ยนไปคุยกับโรงงานที่มีทีม R&D และฝ่ายกฎหมายรองรับจริง เพราะการเริ่มต้นผิดตั้งแต่ต้นทางจะทำให้เสียทั้งเงิน เวลา และความน่าเชื่อถือของแบรนด์

ถ้าจะสร้างแบรนด์เอง ควรตรวจอะไรกับโรงงานก่อนเซ็นสัญญา?

ควรตรวจใบอนุญาตโรงงาน ตัวอย่างเอกสารจดแจ้ง ความสามารถในการพัฒนาสูตร และประวัติการผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน

ก่อนเซ็นสัญญา เจ้าของแบรนด์ควรขอเอกสารสำคัญอย่างน้อย 4 ชุด ได้แก่ ใบอนุญาตโรงงาน, ตัวอย่างฉลาก, เอกสารประกอบการจดแจ้ง, และสเปกวัตถุดิบ วิธีนี้ช่วยยืนยันได้ว่าโรงงานมีความพร้อมจริง ไม่ใช่แค่รับออเดอร์แล้วจ้างช่วงต่อโดยไม่มีการควบคุม

  • ตรวจชื่อบริษัทให้ตรงกับใบอนุญาตและเอกสารจดแจ้ง
  • ตรวจว่ารายการผลิตภัณฑ์ตรงกับหมวดที่โรงงานทำได้จริง
  • ดูว่ามีทีม R&D ช่วยพัฒนาสูตรและทดสอบความเสถียรหรือไม่
  • ตรวจระบบ QC/QA และการบันทึกล็อตการผลิต
  • สอบถามระยะเวลาและขั้นตอนยื่นจดแจ้งก่อนผลิตจริง

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุด การทำงานกับโรงงาน OEM/ODM ที่มีมาตรฐานสากลจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเลข อย. ไม่ตรง เอกสารไม่ครบ และปัญหาการเคลมสินค้าเกินจริง เพราะทุกขั้นตอนจะถูกออกแบบให้สอดคล้องกับกฎหมายและการตลาดตั้งแต่ต้น

สรุปแล้ว วิธีเช็ก อย. ที่ปลอดภัยที่สุดคืออะไร?

สรุปสั้น ๆ คือ ต้องเช็กเลขจดแจ้งจากแหล่งทางการ เทียบข้อมูลบนฉลากให้ตรงทุกจุด และตรวจเอกสารโรงงานควบคู่กันเสมอ

หากคุณจำหลักง่าย ๆ ได้ว่า “เลขต้องมีจริง ข้อมูลต้องตรง โรงงานต้องตรวจสอบได้” ก็จะลดโอกาสโดนหลอกได้มาก โดยเฉพาะ วิธีเช็ก อย. สำหรับเครื่องสำอางและอาหารเสริมที่ต้องระวังเรื่องการอ้างสรรพคุณและมาตรฐานการผลิตเป็นพิเศษ

ถ้าคุณกำลังมองหาโรงงานที่ช่วยพัฒนาแบรนด์อย่างถูกต้องตั้งแต่ R&D ไปจนถึงจดแจ้งและผลิตจริง ทีมผู้เชี่ยวชาญของ TNK Beauty พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อวางแผนสินค้าให้ปลอดภัย มีมาตรฐาน และพร้อมแข่งขันได้ในตลาดอย่างมั่นใจ

TNK BEAUTY ONE STOP SERVICE

รับผลิต และรับสร้างแบรนด์
อาหารเสริม เครื่องสำอาง เซรั่ม ยาสีฟัน

ผลิตภัณฑ์น้ำหอม และอื่นๆ พร้อมบริการสร้างแบรนด์ครับวงจร
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สนใจสั่งผลิตสินค้า หรือปรึกษาสร้างแบรนด์
โปรดกรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
Contact Popup Forms
TNK BEAUTY สร้างแบรนด์ครบวงจร